11/9/51

คู่มือ ผู้ซื้อประกันชีวิต..ตอนที่ 1

การซื้อประกันชีวิตของคนไทยมีมากว่า 60-70 ปีแล้ว จากระยะเวลาอันยาวนาน ผู้ซื้อประกันชีวิต หรือลูกค้าส่วนใหญ่ยังซื้อประกันชีวิตด้วยเหตุผลต่างๆ ที่ไม่ใช่ประโยชน์ที่แท้จริงของการประกัน เช่น ช่วยตัวแทน เป็นญาติกัน ตัดความรำคาญ ถูกบังคับ เพื่อผลประโยชน์ต่างตอบแทน อยากมีสวัสดิการ เป็นต้น

เมื่อไม่เห็นประโยชน์และไม่เข้าใจประกันชีวิตที่ได้ซื้อไว้ ก็จะทิ้งสัญญาประกัน หรือกรมธรรม์ที่มีอยู่ ทำให้เกิดการสูญเสียเงินทองและโอกาสที่จะได้ประโยชน์จากกรมธรรม์ เมื่อเกิดเหตุและการสูญเสียชีวิตขึ้น ครอบครัวรวมถึงผู้ที่อยู่ในอุปการะก็จะประสบปัญหาการเงินเนื่องจากการขาดรายได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ

1. ตัวแทน ขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง หรือรู้เพียงบางส่วนของผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิต ทำให้การนำเสนอไม่ตรงกับความจำเป็นของผู้ซื้อ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง แน่นอนว่า เมื่อผู้ซื้อไม่เห็นประโยชน์และความสำคัญก็ย่อมจะละทิ้งกรมธรรม์

2. ผู้ซื้อหรือลูกค้าขาดความรู้ความเข้าใจ และขาดข้อมูลต่างๆ ที่จะใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อซื้อประกันชีวิต ผู้ซื้อจะได้รับเพียงคำแนะนำ หรือข้อมูลจากตัวแทนด้านเดียว ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุม ทำให้ขาดข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน บริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทได้มีการอบรมพัฒนาความรู้ให้แก่ตัวแทนประกันชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้การนำเสนอประกันชีวิตมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ซื้อหรือลูกค้า ข้อมูลและแหล่งความรู้โดยตรงยังมีน้อย ดังนั้น ส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยคำแนะนำจากตัวแทน ถ้าหากตัวแทนมีความรู้ และมีจรรยาบรรณที่ดี ปัญหาของการซื้อประกันชีวิตก็จะไม่มี แต่ถ้าหากตัวแทนยังนำเสนอให้ข้อมูลที่ผิดๆ ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความเสียหายในการซื้อประกันและส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมประกันชีวิตโดยรวมด้วย

ดังนั้น ผู้ที่กำลังคิดจะซื้อประกันชีวิตหรือผู้ที่มีกรมธรรม์อยู่แล้ว ควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงข้อควรพิจารณาก่อนการซื้อประกันชีวิตและการใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์ที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะการมีประกันชีวิตที่เหมาะสมกับความจำเป็นและรายได้ของแต่ละคน หมายถึง การสร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืนให้แก่ครอบครัวนั้นๆ ยังมีเพียงระบบประกันชีวิตเท่านั้นที่ทำได้

7/11/50

เคล็ดลับง่ายๆ ในการออมเงิน

หลายๆ คนคงจะรู้สึกเหมือนกันว่า...ทำไม๊ ทำไมไม่ยอมออมเงินซะตั้งแต่วันนั้นนะ วันนี้นะ ป่านนี้มีเงินเก็บไม่รู้เท่าไหร่แล้ว...พอจะเก็บทีไร ก็มีเหตุให้ต้องหาเรื่องให้ใช้เงินจำนวนนั้นทุกที เรามาเริ่มต้นกันใหม่กับการออมเงินแบบง่ายๆ ค่ะ

ลองทำตามนี้นะคะ
วิธีที่ 1
เมื่อได้รับเงินมาทุกครั้ง ย้ำว่า "ทุกครั้ง" ค่ะ ให้แบ่งเงินจำนวนนั้นออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 สำหรับใช้จ่ายประจำวัน
ส่วนที่ 2 เก็บไว้เพื่อซื้ออะไรๆ ที่อยากได้ หรือเพื่อไปเที่ยวพักผ่อน
ส่วนที่ 3 อันนี้เก็บไว้เพื่ออนาคตค่ะ เผื่ออยากจะลงทุน เผื่อเบื่องาน ส่วนนี้ต้องเก็บให้มิดเลย

วิธีที่ 2
การออมแบบ เพิ่มสิบ/ลบสิบ....วิธีนี้น่าจะพอได้ยินกันมาบ้างนะคะ
สำหรับวิธี เพิ่มสิบก็คือ เมื่อไหร่ที่คุณใช้จ่ายเงิน ให้คุณเก็บไว้ 10% ของเงินจำนวนนั้น เช่น ถ้าคุณซื้อของ 100 บาท คุณต้องเก็บไว้ 10 บาท หยอดกระปุกไว้ก่อนก็ได้ค่ะ วิธีนี้จะต้องหนักแน่นพอสมควรค่ะ เพราะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ พอถึงระยะหนึ่งที่จำนวนเงินพอสมควร คุณก็นำไปฝากธนาคารซะ หรือถ้าไม่ชอบวิธีนั้น ขี้เกียจที่จะต้องมาคอยหักคอยเพิ่ม ก็ใช้วิธีลบ 10% ก็ดีเหมือนกันค่ะ คือพอได้รับเงินมาปุ๊บ คุณก็หัก 10% ของเงินจำนวนนั้นนำฝากเข้าอีกบัญชีทันที จะใช้วิธีการโอนเงิน หรือใช้บริการหักเงินของธนาคารก็ลองดูให้เหมาะสมกับตัวเองค่ะ

เก็บออมลืมๆ ไปซักระยะ เมื่อกลับไปดูตัวเลขในบัญชีอีกครั้ง คุณจะยิ้มแก้มปริ
 

My Blog List

Site Info

Followers

A-Nang Copyright © 2009 Blogger Template Designed by Bie Blogger Template